8. After shock ของจริงๆๆ อาการเพ้อ และอาการทำใจ ที่ต้องทำให้ได้พร้อมๆ กัน

 

พออกมาจากฮอล นัดเพื่อนๆ ไว้ว่าจะกลับพร้อมกัน เลยออกมาโดยที่ไม่ได้ร่ำลาเพื่อนๆแฟลชมอบอีกครั้ง และไม่ได้เจอเค้าอีก  อยากจะบอกว่า กลับด้วยอาการหมดสภาพมากๆๆๆ แทบจะถอดบูธเดิน โปสเตอร์ที่แถมมาตอนที่ซื้อของให้เพื่อนก็โดนเหยียบแบนจนจำสภาพมันไม่ได้ เลยเอาให้น้องอีกคนซะงั้น ดีที่ตอนออกมามีพี่อีกคนเอาโปสเตอร์อันใหม่ให้ ^_^ ขอบคุณมากนะคะ

 

 

ตอนกำลังจะขึ้นรถ เค้าโทรมาด้วย แต่กลายเป็นเสียงน้องในกลุ่มแฟลชมอบคนนึงทำป้ายหายก็เลยลองถามเราดูผ่านโทรศัพท์เค้า...เฮ้ออ หลงดีใจ

 

กลับมาถึงห้องเราอยากโทรหาเค้าว่ากลับมาถึงห้องรึยังเลยแกล้งโทรถามเรื่องหาป้ายให้น้องเจอรึยัง แล้วค่อยถามว่าถึงห้อองรึยัง เค้าบอกว่าเพิ่งมาถึง แล้วก็ไม่รู้จะต่ออะไรก็เลยวางสายไป

 

ปวดเนื้อปวดตัวมากกกกก เสียงหาย อาบน้ำนอน สลบบบบบ แต่รู้สึกไม่ฟินนน

 

ตื่นเช้า ไข้ขึ้น มาดูรองเท้าที่กองไว้อีกที อ๊ะ พื้นรองเท้าหลุดซะแล้ว T^T ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนสินะ

 

 

1 วันหลังคอน พักให้หายไข้ ที่เหลือค่อยว่า ติดตามข่าวในเฟซบุคทางมือถือแป๊ปๆ แต่ละคนเพ้อมาก แต่ก็ไม่ได้เขียนอะไรมาก คงเพราะยังเหนื่อยอยู่ และวันนี้ก็เป็นวันทำงานของหลายๆ คนด้วย หลังกลับจากคอนเลยคงยังไม่มีใครอัพอันใด

 

 

วันที่ 2 หลังจากคอน อาการไข้และอาการปวดเมื่อยหายไปแล้ว  เช็คเฟซบุคเห็นคลิปผุดขึ้นเต็มพรึ่บ!!!!  แถมคลิปตอนไปส่งอิลุงอีก ไม่นะ อย่าเพิ่ง ต้องตั้งสติ หลังจากนอนไป 1 วัน ต้องรีบมาเคลียร์งานที่คั่งค้าง ที่ต้องส่งวันอาทิตย์นี้ งานกลุ่ม งานวิจัยจ่อคิวอีกตรึมมมม ...................แต่ อารมณ์มันไม่ให้อ่ะ ยังคิดถึงบรรยากาศวันนั้นอยู่เลย ...........................

 

ตกกลางคืน ไม่ไหวแล้ว ขอเสพพพพพ เพ้อออกันอีกรอบบบ โอ๊ยยย แบบนี้ไม่ไหวนะ งานไม่เดิน  คิดถึงลุงๆ ก็คิดถึง รู้สึกไม่ฟิน  คิดถึงเค้าคนนั้นก็คิดถึง จะเป็นยังไงบ้างนะ

 

จากวันนั้นถึงวันนี้ คิดมาตลอดว่า ถ้าจบคอนแล้ว เราจะได้เจอเค้าอีกมั้ยนะ จะได้คุยกับเค้าอีกมั้ย

พอคอนจบแล้ว ก็จะไม่ได้เจอกันอีกเหรอ งั้นตัดสินใจเลยมั้ยว่าจะสารภาพกับเค้า  จะได้เคลียร์ๆ ให้มันชัดๆ ไปเลย

 

คือ การจะชอบใครซักคน มันไม่ง่ายเลยนะ ไม่ใช่ว่าแค่เค้าชอบศิลปินวงเดียวกับเรา แค่คุยกันถูกคอ แล้วก็ชอบ  เราไม่ได้ชอบใครง่ายขนาดนั้น แต่เราเห็นอะไรในตัวเค้ามากกว่านั้น

 

 

เป็นช่วงเวลาที่ดึกมากแล้ว เค้ามักจะออนตอนดึกเลยเที่ยงคืนเป็นต้นไป ส่วนเราก็นั่งเพ้อไปทำงานไป ...อีหรอบนี้มันก็ออกไปทางเพ้อมากกว่าน่ะ  .......เราได้คุยกับเค้าผ่านทางเฟซ
บุคถึงวันคอนที่ผ่านมา แฟลชมอบที่ผ่านมา รวมทั้งคอนที่ลาร์คจะไปที่สิงคโปร์ หลายคนไม่ฟิน คิดอยากไปดูต่อสิงคโปร์ เค้าเล่าให้ฟังเรื่องการเดินทาง การหาที่พัก ค่าตั๋ว ค่าเครื่องบิน เค้าเป็นนักเดินทางตัวยงคนนึง เคยไปมาแล้วหลายประเทศ เลยแนะนำได้ ส่วนเราก็เออ ออๆ ตามน้ำ แต่ในใจคิดอยู่ตลอดว่า จะหาทางสารภาพกับเค้าในจังหวะไหนดีนะ  อยากบอกกับเค้า ก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีก

 

ก็เลยพยายามวกเข้าเรื่องตอนคอนอีก เล่าฟีลตอนเพลง Anata  บอกว่าอยากเข้าไปจับมือเค้านะ แต่ไม่กล้า (โอ๊ยยยย ที่เขียนเนี่ยไม่ใช่ไม่อะไรนะ เขินโคตรรรรรร) และยังบอกเค้าว่า ถ้าไม่ใช่เพราะลาร์คเราก็คงจะไม่ได้เจอกันอีก ดีใจที่ได้มาทำแฟลชมอบด้วยกัน

 

เค้าหัวเราะแล้วพูดถึงเพื่อนๆ ในกลุ่มแฟลชมอบต่อ

 

................ถึงตรงนี้แล้ว รู้สึกว่าผู้ชายไม่เก็ทค่ะ T^T เหนื่อยจิตมากๆๆๆ เอาไงดีวะ  ก็เลยบอกไปว่า เราชอบเค้านะ ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้แต่ความรู้สึกมันเริ่มชัดเจนตอนที่ได้มาทำแฟลชมอบด้วยกัน

 

คือ เราว่า เราบอกไปชัดโคตรๆ และขอบอกว่า ไม่เคยสารภาพว่าชอบอะไรแบบนี้กับใครมาก่อน

เพราะเคยมีว่า เคยชอบใครแล้วไม่กล้าบอกไป แล้วมันก็ไม่เคลียร์ แล้วก็ปล่อยเบลอกันไป

 

แต่ครั้งนี้ รู้สึกชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองแล้ว ก็เลยทำใจกล้าบอกไป

 

เค้านิ่งไปนิดนึง ก่อนจะตอบกลับมาว่า

 

อื้มใช่ เพราะแฟลชมอบทำให้แฟนคลับได้รวมตัวกัน  ได้ทำอะไรเพื่อลุงๆ 

................................................................................................................

 

จากคำตอบนั้น อิช้าน งง ค่ะ ทั้ง งง ทั้ง อาย เฮ้ยยยย มันอ่านไม่เห็นว่าเราเขียนคำว่า “ชอบ”   รึไงนะ รึว่า จังหวะมันไม่ใช่จริงๆ เพราะในบริบทการสนทนา พวกเราพูดถึงลุงๆ อยู่ใช่ป่ะ แล้วก็พูดเรื่อง How to การเดินทางไปสิงคโปร์ด้วย

 

หรือว่า เค้าจงใจเบี่ยงประเด็น?

 

ดูนาฬิกา เกือบตี 3 แล้ว แต่ตอนนี้ปั่นป่วนมากๆ สมองรวน  เบลอค่ะ คืออะไร ยังไงกันแน่

 

แล้วหลังจากนั้นก่อนจะไปนอน เราก็คุยกันเรื่องบอร์ดลาร์คสมัยพระเจ้าเหาที่เคยเข้าไปสิงอยู่ที่นั่น เหมือนอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกับว่า สิ่งที่เราสารภาพไป มันเป็นอากาศที่ไร้ร่องรอย การปรากฏขึ้นของตัวอักษรใดๆ

 

...

...

...

...

...

...

 

เหนื่อยจิต นอนไม่หลับ แต่ก็ไม่รู้ตัวว่าหลับไปตอนไหน  ..................................

 

 

วันต่อมา ได้แต่คิดว่า เค้าต้องจงใจเบี่ยงประเด็นแน่ๆ โดยเอาเรื่องอื่นขึ้นมาพูด โอ๊ยยย มันเป็นไงแน่ ??????

ตกลงสิ่งที่เราคิด มันเป็นการคิดข้างเดียวใช่มั้ย ไม่อยากโดนปล่อยเบลออีก ไม่เคลียร์อ่ะ  T^T T^T T^T

 

 

 

คืนต่อมา

 

เราเลยตัดสินใจเขียนข้อความสารภาพลงใน Massage ของเค้าอีกครั้ง ว่า

ที่คุยกันเมื่อคืนก่อน เธอคงจะไม่ค่อยเข้าใจ เพราะตอนนั้นพวกเราคุยเรื่องลาร์คและการไปสิงคโปร์กันอยู่ หรือเธอเบี่ยงประเด็นก็ไม่แน่ใจ เราเลยอยากทำให้มันเคลียร์โดยการบอกกับเธออีกครั้งว่าเราชอบเธอนะ แต่ถ้ามีใครอยู่แล้ว เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย อย่าเกลียดเราเลยนะ

 

............................................................................................................................

 

ยังไม่มีการตอบกลับมาใดๆ จะบร้ามากกก เขียนสารภาพไปถึง 2 ครั้ง ความกระวนกระวายเกิดที่คนส่งสารมากๆ หรือว่า คราวนี้จะโดนเกลียดของจริงแล้ว หรือว่ายังไม่ได้เข้ามาอ่าน หลากหลายความคิดที่แล้วแต่จะคิดไปได้ในตอนนั้น..........

 

คืนต่อมา

 

 

เค้าส่งเนื้อเพลงแปล Anata ที่เค้าแปลออกมาเองให้ทุกคนในแฟลชมอบอ่าน  เราอ่านแล้วร้องไห้เลยจ้า เนื้อเพลงมันมีความหมายประมาณว่า เพราะมีเธออยู่เคียงข้างทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้ต่อไป  การได้เป็น Anata ของใครซักคน มันก็คงจะดีไม่น้อย T^T

 

ตัวอย่าง ท่อนฮุกของเพลง

“จะยังมี...มีเธอคนนี้ที่คอยอยู่เคียงข้างกาย

ให้ใจฉันส่องแสงได้อีกคราว

หยาดน้ำตาที่หลั่งรินนั้นก็ยังมีค่ามากมาย

ก็เพราะว่าเธอนี้อยู่ข้างกาย”

 

 

เค้าจะรู้มั้ยนะ ว่าเค้าได้ทำร้ายความรู้สึกของคนคนนึงไปแล้ว แต่เค้าไม่ผิดนี่นะ ผิดที่เราไปชอบเค้าเอง ที่เจ็บกว่านั้น เค้ายังเอาเพลงประกอบอนิเมชั่นที่มีความหมายเกี่ยวกับ การที่จะไม่ได้พบเจอกันอีกแล้วส่งให้ทุกคน ประมาณว่า แทนความรู้สึกของทุกๆ คนที่คิดถึงอิลุง ว่าจะไม่ได้เจอกับอิลุง ป๋า ป้าขา พี่กี้อีกแล้ว  ความเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเลยจ้า  ทั้งเพลงนี้ไม่ได้คิดถึงลุงๆ เลย แต่คิดถึงเธอว่า ถ้าเราจะไม่ได้เจอเธอแล้ว เราจะรู้สึกยังไง.............                      

แล้วทำไมช้านต้องโหลดเพลงนี้มาเก็บไว้ด้วยนะ ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ

 

ช่วง 2-3 วันนี้ ลองเปิดเพลง Anata เช็คความเข้มแข็งของตัวเองแล้วปรากฏว่า  ฟังไม่ได้จ้า น้ำตาจะรื้นตลอด สิ่งที่เราคิดมาตลอดว่า ถ้าเราอกหักครั้งนี้ ต่อไปเรายังจะฟังเพลงของลาร์คได้มั้ยนะ

 

เราไม่อยากที่จะเลิกฟังเพลงของลาร์คเพราะความรู้สึกเจ็บแบบนี้ 

2-3 วันมานี้เลยแอ๊บเข้มแข็งโดยการแสดงออกทางเฟซบุคด้วยการโพสต์เพลงของ Dir en grey และเพลงของ One Ok Rock มันซะเลย ถ้ายังฟังเพลงของลาร์คไม่ได้ ก็ไม่ต้องฟัง  ยังมี Dir อันแสนดิบเถื่อนคอยปลอบใจเราอยู่  เรียกได้ว่าจากแสงสว่างของสายรุ้ง เรากลับเข้าหาความมืดมิดดิบเถื่อนที่จากมานานในทันที (โฮะๆๆๆ)

 

และคิดว่า ไม่ว่าคำตอบที่ได้จะออกมาเป็นยังไง ก็ต้องยอมรับนะ เอาล่ะ ตอนนี้เราไม่เป็นไรแล้ว .......ว่าแต่ จนถึงป่านนี้เค้าก็ยังไม่มีคำตอบกลับมาใดๆ .....

 

วันอังคารของสัปดาห์ใหม่ผ่านเข้ามาแล้ว ต่อหน้าเพื่อนๆ และอาจารย์ เรายังแอ๊บนิ่ง ดูมีความพร้อมในการเรียน แต่พอหลังเลิกเรียนเท่านั้นแหละ อาการกระวนกระวายก็มาอีกละ  แอบเปิดเฟสบุคเช็คดู 

 

เอาแล้วไง เค้าตอบกลับมาแล้ว!   แต่ ให้ตายเหอะ ไม่กล้าเปิดอ่าน

 

ทำใจ รอกลับไปถึงห้องก่อนแล้วค่อยตั้งสติดีๆ เปิดอ่านละกันนะ

 

กลับถึงห้อง และตั้งใจเปิดอ่านมัน 

 

น้ำตาซึมนิดหน่อย ตกลงที่ว่าไม่เป็นไรนี่ หลอกตัวเองล้วนๆ ใช่มั้ย แต่ก็รู้สึกโคตรโล่งใจ ที่เค้าตอบมาซักที 

 

ขอบคุณในความรู้สึกที่มีให้ บลาๆๆ  สรุปรวมๆ เราเป็นเพื่อนกันนะ

 

 

โอเค เคลียร์ ชัดเจน ชัดเจน อย่างน้อยยังรู้สึกดีที่ไม่ถูกเกลียด ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง

 

 

โล่งใจได้ 1 วัน แต่ทำไมอีก 1 สัปดาห์ให้หลังมันรู้สึกเศร้าๆ ก็ไม่รู้นะ  ไหนบอกว่าทำใจได้ไง?  2 สัปดาห์ที่ไม่ได้คุยกันเลยนี่ ทางกลุ่มแฟนคลับลาร์คก็กำลังจะมีแผนจัดมีตติ้งเจอกันในร้านที่พวกลุงไปกินกัน

 

คิดอยู่ว่า ถ้าเจอกับเค้าแล้วเราจะทำหน้ายังไงดีวะ ยังแอบทำใจไม่ได้ เฮ้อออ ดีที่ไม่ได้เจอเค้า ก็มีโพสท์อะไรกันเรื่องลาร์คทางกลุ่มใหญ่นั่นแหละ ทั้งเราและเค้าก็ยังคงเข้าไปคุยในกรุ๊ปของลาร์คอยู่

 

 

หลังจากนั้น อาการเจ็บก็เริ่มหาย และค่อยๆ ทำใจได้ละ กลับมาฟังเพลง Anata ได้จ้า เย้

หลังจากนี้ก็จะยังฟังเพลงของลาร์คต่อไป ตอนนี้คุยกับเค้าได้เป็นปกติละ  

 

ยังไงซะมิตรภาพมันก็ยังคงอยู่ละนะ  อย่างน้อยได้เป็นเพื่อนกัน ความรู้สึกมันก็ไม่แย่เท่าไหร่

 

 

ถึงจะไม่ได้เป็น Anata ของใครซักคน แต่คิดว่าก็คงจะมี Link กับใครซักวัน Bless ที่ส่งไปถึงปลายสายรุ้งให้ My heart draw a dream ในขณะที่ก็ต้องยอมรับความจริง อยู่ในโลกของความ Real ไม่ได้อยู่ใน Neo Universe ที่จะฝันได้ขนาดนั้น หัวใจก็เลยยังไม่แตกเป็น Piece เพราะไม่ได้เจ็บถึงขั้นที่จะมีความรักอีกไม่ได้ เราต้องเข้มแข็งซักวัน ให้สิ่งที่รู้สึกเศร้ามัน Stay Away

 

ปล. ขอบอกว่า เหนื่อยมากๆๆๆๆ ค่ะ เขียนมาได้ยังไงตั้ง 4-5 ตอน คงเป็นความอัดอั้นตันใจสินะ

ดองไว้นานเลยต้องจัดหนักแบบนี้ แล้วก็คงจะหายไปอีกนานเลยค่ะ ขอบคุณใครก็ตามที่อ่านมาได้ถึงตรงนี้นะคะ

Comment

Comment:

Tweet

Anata
เพลงนี้ความหมายดีจัง
สู่้ๆ นะคะ:)

#3 By Praeradise on 2012-04-19 04:52

ขอบคุณนะจ้ะ น้องมาร์

#2 By wakami on 2012-04-19 01:29

สาดน้ำให้สดชื่น สู้ๆต้องได้เจอคนที่ใช่ ^^

#1 By マ-京 ★ on 2012-04-18 07:42