ไม่เคยได้มาคิดวิเคราะห์อะไรอย่างนี้ จนได้มาเรียนวิชาปรัชญาและสุนทรียศาสตร์นี่แหละ
ที่ทำให้ต้องกลับมานั่งคิดทบทวนในหลายสิ่งที่เคยมองข้ามไป
 
บทความนี้ เป็นเพียงความคิด ความเชื่อของเราเอง คนอื่นอาจคิดไปอีกแบบก็ได้ เพราะสิ่งที่กำลังจะอธิบายต่อไปนี้ ก็ยังไม่มีคำตอบ แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนค่ะ ว่าจะเชื่อไปในทางใด ไม่มีผิด ถูกค่ะ 
 

ความงามมีอยู่ในตัวเองหรือเกิดจากการมองเห็นของมนุษย์?

 

ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลก ในความเห็นของเรา เราคิดว่าทุกสิ่งล้วนมีความงามอยู่ในตัวทั้งสิ้น ความงามมีอยู่ได้แม้ปราศจากมนุษย์ แต่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะมองเห็นความงามในสรรพสิ่งทุกอย่าง เพราะมนุษย์มักใช้เหตุผลหรืออารมณ์ ความรู้สึกของตนเองในการตัดสิน ว่าสิ่งใดงาม ไม่งาม จากการที่เอาตนเองเป็นที่ตั้งทำให้หลายครั้งมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นความงามของสรรพสิ่งที่มีอยู่ได้ทั้งหมด  และจากการมองเห็นว่าสิ่งใดงาม
ไม่งาม ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และมุมมองของคนๆ นั้น ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เศษใบไม้ในมุมมองของช่างถ่ายภาพกับในมุมมองของคนทั่วไป  ช่างถ่ายภาพเขาจะถ่ายภาพเศษใบไม้อย่างไรให้ออกมาสวยงามได้ ช่างถ่ายภาพผู้นั้นก็จะต้องมีมุมมองที่พิเศษกว่าคนทั่วไป เขาจะมองเห็น แสงที่ตกกระทบไปยังผิวของเศษใบไม้ เกิดเงาของเศษใบไม้ที่ทอดตัวลงบนพื้นดิน สีสันอันหลากหลายของเศษใบไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งรอยปะขาดวิ่นของเศษใบไม้เหล่านั้นช่วยสร้างรูปร่างของมันให้ดูสะดุดตา จนช่างภาพต้องบันทึกภาพเอาไว้ ในขณะที่คนทั่วไป หากมองเห็นเศษใบไม้ ก็อาจจะเพียงเดินเลยผ่านไป สิ่งนี้ เกิดจากประสบการณ์และมุมมองของมนุษย์ในการมองเห็นความงามของสรรพสิ่ง ทั้งๆ ที่จริงแล้วทุกสรรพสิ่งล้วนมีความงามอยู่ในตัวมันเอง  และหลังจากที่ช่างถ่ายภาพได้บันทึกภาพเศษใบไม้นั้นไว้แล้วนำออกมาเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ชม นี่ก็เป็นการถ่ายทอดความงามจากมุมมองคนๆ คนหนึ่งให้แก่บุคคลอื่นได้รับรู้ หลายคนหากได้มองภาพนั้นแล้วอาจเกิดอารมณ์ ความรู้สึกคล้อยตามไปกับช่างภาพ มองเห็นความงามของเศษใบไม้ในภาพนั้น ทั้งๆ ที่ หากเศษใบไม้เหล่านั้นมาอยู่ตรงหน้าหรือตามทางเดิน เขาอาจจะไม่แลมองเลย ก็เป็นได้ หรืออาจมีผู้ที่ได้ชมภาพถ่ายนี้ ก็อาจไม่รู้สึกอะไรเลย
ก็เป็นได้เช่นกัน แต่ความงามของเศษใบไม้นั้นก็จะยังคงอยู่ ไม่ว่าจะมีผู้พบเห็นหรือไม่ก็ตาม

ตามความคิดเห็นและตัวอย่างดังกล่าว ได้สอดคล้องกับความคิดของ จอห์น แลร์ด ที่กล่าวว่า “อันที่จริงแล้ว ธรรมชาติเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดอยู่แล้ว ธรรมชาติประดับด้วยความงามเช่นเดียวกับประดับด้วยสีและเสียง เมื่อเป็นเช่นนี้ไฉนความงามของธรรมชาติจึงจะต้องมาอยู่ที่เราด้วยเล่า ทำไมจึงไม่งามอยู่ที่ธรรมชาติเอง” 1 หรือตามความคิดของ ซี.เอ็ม.โจด ที่กล่าวว่า “เราจะตัดสินเรื่องความงามไปต่างๆ กันตามทรรศนะของแต่ละคน แต่นั่นมิได้หมายความว่าความงามเป็นจิตวิสัย เพราะฉะนั้น ความงามซึ่งเกิดจากสีสันและทรวดทรงของวัตถุนั้นจึงเป็นวัตถุวิสัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินของเราเลย”2

จากข้อความข้างต้นที่กล่าวถึงสรรพสิ่งในธรรมชาติว่าล้วนแล้วแต่มีความงาม แล้ววัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้น จะทำให้มีความงามได้หรือไม่ อย่างไร ก็ล้วนแล้วแต่ต้องศึกษาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในธรรมชาติทั้งสิ้น

 

 

___

แล้วคุณ คิดว่า ความงาม มีอยู่จริงหรือไม่คะ

_______________________________________________________________________

1 A Study in Realism, p.129 อ้างถึงใน สุเชาว์ พลอยชุม. สุนทรียศาสตร์ ปัญหาและทฤษฎีว่าด้วยความงามและศิลปะ, 13

2 สุเชาว์ พลอยชุม. สุนทรียศาสตร์ ปัญหาและทฤษฎีว่าด้วยความงามและศิลปะ, 13

 

 

edit @ 2 Aug 2012 01:36:19 by wakami

Comment

Comment:

Tweet

นึกถึงตอนเรียนมหาลัยปี1 ตอนได้เรียนเรืองนี้ สำหรับเรา ความงามเป็นเรื่องอัตวิสัย(subjective)มากๆ อย่างที่เค้าว่ากันไว้ว่า Beauty is in the eye of the beholder การที่นักปรัชญาพยายามหา The good, the truth , and the beauty ความดี ความจริง ความงามที่แท้นั้น เราคิดว่าไม่มีอยู่จริง (อันนี้เป็นความคิดเห็นตอนนี้นะ ความคิดเราอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามประสบการณ์ในชีวิตที่่ผ่านเข้ามา) 
ไม่ได้แวะมาทักทายกันนานเลย สบายดีหรือเปล่าคะ big smile

#4 By cobaltblue on 2012-08-05 10:56

ความคิดก็เหมือนลายใบไม้แหละค่ะ เป็นใบไม้เหมือนกัน แต่ลายเส้นก็ไม่ได้เหมือนกัน //ก็ว่าไป
sad smile

#3 By saki_no_hana on 2012-08-04 15:33

ความงามไม่มีอยู่จริง ความโสโครกเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์
ทฤษฎีสุนทรียศาสตร์เป็นทฤษฎีที่กีดกันวัฒนธรรมการมองของปัญญาชนกับชาวบ้านร้านถิ่นออกจากกัน ข้าพเจ้าเสนอให้ควักลูกตาปัญญาชนพร้อมกับหักพู่กันหรือพังกล้องของเขาเสีย เพื่อปลดปล่อยมวลมุนษย์ไปสู่ความโสโครกอันเป็นนิรันดร์

#2 By Bubble Bleed on 2012-08-02 14:20

อืม. . อย่างกลิ่นพนังเก่าๆ?
.
=_="

#1 By GotACurvedSword on 2012-08-02 02:32