ถึงจะเป็นการเดินทางแบบทริปสั้นๆ 2 วัน 3 คืน แต่ก็ทำให้ได้สูดอากาศบริสุทธิ์มามากโขทีเดียว

 

 

 

อย่าง ที่บอกไว้ในเอนทรี่ที่แล้วว่าจะหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ไปเที่ยวบ้านเพื่อน ที่ซึ่ง สัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตหายากยิ่งกว่าอะไร  แล้วก็ได้ความฟินนั้นมาสมใจอยากจริงๆ

 

 

ก่อนออกเดินทาง ได้สอบถามเส้นทางการเดินทางกับเพื่อนและดูสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้ และหาวันที่จะไปให้ลงตัว เมื่อตอนที่คิดว่าอยากจะไป มันเป็นช่วงเวลาที่เครียดเอามากๆ อยากจะขึ้นรถไปให้ได้ซะวันนั้น แต่ก็ต้องรอให้อะไรๆ มันลงตัวเสียก่อน  แล้วที่ไม่อยากวางแผน แต่สุดท้ายก็ต้องวางแผนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและจะได้ไม่มีปัญหาตอนที่จะเดินทางกลับเพื่อจะไปเผชิญปัญหาในเมืองใหญ่อีกครั้ง ....

 

 

เพื่อน มีบ้าน 2 หลัง คือบ้านที่ เขาทะลุ อ.สวี  จ.ชุมพร  กับบ้านย่าที่ อ.กระบุรี จ.ระนอง  ตอนแรกที่เห็นรูปในเฟสบุค เป็นรูปบ้านที่ สวี  มองเห็นวิวภูเขาทะลุ ดูธรรมชาติมากๆ เราเลยบอกเพื่อนว่า อยากไปเที่ยวที่เขาทะลุ เพื่อนบอกว่า ที่บ้าน มันไม่มีอะไรเลย แต่ไอ้ความที่ไม่มีอะไรเลยนั่นแหละ ยิ่งดึงดูดให้เราอยากจะไป

 

เพื่อนก็เลยบอกให้เรานั่งรถไฟมาลงที่อ. สวี  พร้อมกับบอกการเดินทางจากสถานีรถไฟมาที่ตลาดแถวบ้านมัน และมันจะไปรับเราที่ตลาดอีกที (เพราะมันไม่มีรถไปรับเรา และสถานีรถไฟ ก็คงไกลจากบ้านมันที่จะเอามอไซต์ไปรับได้ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ระยะทางว่า มันไกลกันมากขนาดไหน)

 

แต่สุดท้ายก่อนเดินทาง 1 สัปดาห์ มันก็โทรมาบอกให้เราเปลี่ยนปลายทางมาลงที่สถานี จ. ชุมพร ด้วยเหตุผลว่า ที่ อ. สวี เดินทางลำบาก และห่างไกลจากที่ท่องเที่ยว (แต่จริงๆ มันมีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้น และมันฮามากกก  เอาไว้จะบอกตอนต่อไปละกัน)  ถ้ามาลงที่ ชุมพร ก็จะได้ให้อาไปรับ และจะพาไปไร่ที่กระบุรี จ. ระนอง ด้วย   เราดูจากแผนที่ประเทศแล้ว ก็พบว่า อ. กระบุรี จ.ระนอง อยู่ติดกับ จ. ชุมพร และพบว่า อ.กระบุรี  มีสถานที่สำคัญของประเทศไทยแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ ส่วนที่แคบที่สุดของประเทศที่เรียกว่า คอคอดกระ  และเป็นชายแดนที่อยู่ติดกับประเทศพม่า  (นี่ จะไปเที่ยวหรือว่าไปศึกษาภูมิศาสตร์กันแน่ ได้ทั้งสองอย่างก็ดีเหมือนกัน จะได้ดูไม่ไร้สาระเกิน)  เราเลยคิดว่า เออ เท่ดีเหมือนกัน ที่จะได้ลองไปยืนอยู่ตรงส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทยดูซักครั้ง

 

ถามรายละเอียดเพื่อน เรื่องที่เที่ยวอื่นๆ นอกจากหาดทรายรี จ.ชุมพร ก็ไม่ได้ความเอาซะเลย เพราะมันก็ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่นี้ซะทีเดียว (เป็นคน 2 วัฒนธรรม ระหว่าง อีสานกับใต้ บ้านแม่อยู่ที่อุบลฯ สมัยมัธยม ย้ายมาเรียนที่อุบลฯ เราเลยได้รู้จักกับมัน พอเรียนจบมัธยม มันเรียนต่อที่ราชภัฎอุบลฯ  แล้วก็ไปทำงานที่มุกดาหาร ส่วนเรา พอเรียนจบมัธยม ก็ไปต่อ มหาลัย ที่ จ.มหาสารคาม และมาทำงานและเรียนโท ที่ กรุงเทพฯ ตอนนี้มันลาออกจากงานก็เลยกลับมาบ้านพ่อที่ใต้) 

 

เราขึ้นรถไฟ เที่ยวรถด่วนพิเศษจากสถานีบางซื่อ ขบวนปลายทางสถานีสุราษฎร์ธานี  ตอนเวลา 5 ทุ่มครึ่ง (จากเวลาที่เขียนในตั๋วคือ เวลา 5 ทุ่ม 10 นาที ช่างมันเถอะ ถือเป็นเรื่องปกติของรถไฟ) ซึ่งถือว่าสะดวก เพราะเป็นรถนั่งแอร์และไม่น่าจะเสียเวลามากในการเดินทาง จำนวนตู้ก็มีไม่ถึง 10 ตู้ สิ่งที่เซอร์ไพรซ์สำหรับเราเล็กน้อยเมื่อขึ้นไปก็คือ มีตู้นึงของขบวนเป็นฝรั่งทั้งหมด เหมือนขายตั๋วแยกนักท่องเที่ยวฝรั่งออกจากคนไทยเลย  เราเลยแอบมีความรู้สึกเหมือนเดินทางไปต่างประเทศเล็กน้อย เพราะเจอฝรั่งเยอะกว่าคนไทย และประหม่าเล็กน้อย เพราะเดินทางไกลไปในสถานที่ที่ไม่รู้จักเพียงลำพัง และไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟอย่างนี้นานมากกก  จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิงนะ เพราะปกติเดินทางด้วย BTS ไปมหาลัยแทบทุกวันนี่นา 5555+  

 

และด้วยเหตุที่ว่า มีการเปลี่ยนกำหนดการในการลงสถานีปลายทาง ก่อนออกเดินทางเราจึงจดชื่อสถานีและเวลาที่ขบวนรถไปถึงแต่ละสถานีเอาไว้ (เสริชจากเว็บการรถไฟสะดวกมาก)  เพื่อที่ว่าจะได้รู้ว่าจะต้องผ่านสถานีอะไรบ้าง และจะได้ไม่พลาดเวลาลงสถานีที่ต้องการจะลง แต่ก็อย่างว่า รถไฟไทยไม่เคยตรงเวลา จึงต้องเผื่อบวกนิดหน่อยอย่างน้อย 30 นาที ซึ่งสถานีชุมพร จะถึงก่อน สถานี สวี 1 สถานี ก่อนถึงสถานี ชุมพร คือ สถานี อ. ปะทิว  โดยในตั๋วเขียนว่า จะถึงสถานี อ.สวี ตอน 6 โมงครึ่ง  เราจึงคิดว่า งั้น เราน่าจะถึงสถานีชุมพรในเวลาประมาณ ตี 5 ครึ่ง หรือ 6 โมง งั้นตั้งนาฬิกาปลุกซัก ตี 5 น่า จะได้นะ ......

 

หลังจากตั้งนาฬิกาปลุกเรียบร้อยแล้ว ก็หยิบหนังสือมาอ่าน  เพิ่งซื้อหนังสือการเดินทางของผู้ชาย 2 คน ที่เดินทางไปเที่ยวย้อนรอยสงครามที่เวียดนาม เออ นั่งรถไฟไปชุมพร แต่อ่านหนังสือท่องเที่ยวเวียดนาม ก็ได้อรรถรสไปอีกแบบนึงแฮะ

 

รถไฟออกเดินทางไปซักพัก แล้วก็จอด เราเลยเพิ่งรู้สึกว่า ขบวนรถด่วนพิเศษนี่ เป็นรถแอร์ปิดหน้าต่างทึบ แทบไม่ได้ยินเสียงจากภายนอกเลย  มองผ่านกระจกก็ไม่เห็นป้ายว่า ที่จอดนี่ สถานีอะไร  เริ่มกังวลซะแล้วสิ  แล้วนี่เราจะเผลอนั่งรถไปถึงสุราษฎร์ฯ รึเปล่านี่ ...เลยหยิบสมุดที่จดรายชื่อสถานีออกมาไว้ด้วยจะได้ดูเป็นระยะๆ และอ่านหนังสือต่อให้คลายกังวล

 

นั่งมาเรื่อยๆ จนแล้วจนรอดก็ไม่หลับ เพราะเพลินกับการอ่านหนังสือ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตี 2 .45 นาที  รถไฟดูเหมือนจะจอดนานกว่าสถานีอื่นๆ พยายามมองผ่านกระจกหน้าต่าง ก็เห็นป้ายสถานีแล้ว ตอนนี้มาถึงสถานีจ. ประจวบคีรีขันธ์แล้ว ลองดูจากเวลาและสถานีที่จดเอาไว้ในสมุด ปรากฏว่า ช้ากว่ากำหนดถึง 45 นาที  อืม ตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะรู้สึกว่าเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว หลับเอาแรงไว้ดีกว่า ไหนๆ ก็ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้ว .... (แต่กว่าจะหลับได้ก็ประมาณ ตี 3 แล้ว ไฟบนตู้รถไฟก็สว่างจ้า แอร์เย็นเฉียบ น้าคนข้างนอนกรนเสียงดัง ) 

 

จะเรียกว่าหลับก็ยังไงอยู่  เพราะรู้สึกตัวอีกทีตอนรถจอดที่สถานีไหนก็ไม่รู้ ดูนาฬิกาบนโทรศัพท์มือถือ ตี 4 กว่าๆ แล้ว  จะนอนอีกก็กลัวหลับแล้วนั่งเลยไปสถานีที่จะลง ส่วนน้าคนข้างๆ ก็หลับได้อีก  เราก็เลยนั่งดูทางอย่างใจจดใจจ่อ สังเกตว่า บางสถานีก็ตั้งไว้ฝั่งซ้าย บางสถานีก็อยู่ฝั่งขวา ทำให้สังเกตลำบาก และข้างนอกก็มืดมากๆ  เลยคาดเดาจากสมุดที่จดไว้ ตอนนี้ตี 4 กว่าแล้ว น่าจะเหลืออีก 3-4 สถานีก็จะถึงสถานี ชุมพรแล้วล่ะ

 

ประมาณ 1 ชม. ครึ่ง ต่อมา ก็ถึงสถานีปะทิวแล้ว ใกล้แล้วๆ โทรหาเพื่อนว่าอีก 1 สถานีก็จะถึงแล้วนะ ครึ่งชม. ต่อมา มองออกไปที่หน้าต่าง เริ่มเห็นแสงสีส้ม วิวภายนอกที่มีแต่ต้นมะพร้าวและต้นปาล์มตะคุ่มๆ เริ่มเห็นวิวภูเขา นักท่องเที่ยวที่นั่งด้านหน้าถัดไป 3-4 ที่นั่ง เริ่มตื่นและทำการบันทึกภาพผ่านทางกระจกหน้าต่าง ผู้โดยสารเริ่มตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน สักพักมีนายสถานีผู้หญิงเดินมาประกาศว่ากำลังจะถึงสถานีชุมพรแล้ว ดีจัง ที่มีคนมาประกาศ ทำให้อุ่นใจขึ้นไปอีก เพราะตลอดทางไม่มีคนประกาศอะไรเลย

 

ถึงแล้วนะ สถานี ชุมพร

 

ที่สถานีปลายทางที่เราลงนั้น สังเกตว่า นักท่องเที่ยวฝรั่งก็ลงที่นี่เยอะเหมือนกันแฮะ ตอนจะก้าวลงบนไดรถไฟ เตรียมปอดเอาไว้สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มที่ไปเลย

 

ภาพที่เห็นภาพแรกเมื่อมาถึงสถานีคือ ขบวนรถไฟที่บรรทุกรถทหารพร้อมสัมภาระต่างๆ และเสียงประกาศเป็นระยะๆ ที่บอกให้ทหารเตรียมตัวนั่งบนรถยนตร์ให้เรียบร้อย ให้ความรู้สึกน่ากลัวนิดๆ ว่า จากจังหวัดนี้ เดินทางลงใต้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทหารเหล่านี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้างนะ ขอให้พวกเขาเดินทางโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยกันทุกคนด้วยนะคะ

 

พอขบวนรถบรรทุกทหารลับตาไปแล้ว ก็รู้สึกท้องหิวแล้วล่ะ โทรหาเพื่อนว่ามาถึงแล้ว  แต่เพื่อนยังไม่ออกจากบ้าน ก่อนหน้าที่จะออกเดินทาง มันบอกว่า บ้านย่าอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 30 กม. อืมมม...งั้นฉันจะเก็บบรยากาศที่นี่พร้อมกับหาอะไรร้องท้องไปก่อนแล้วกันนะ

 
 
อาหารเช้า ที่ สถานีรถไฟ จ.ชุมพร  กระแดะอยากกิน Breakfast แบบฝรั่ง หน้ามืดตามัวหิว เลยโดนไป 70 บาท 
 
ทั้งๆ ที่เดินออกมาจากสถานีนิดหน่อยก็จะเจอรถเข็นข้าวเหนียว หมูแผ่นแท้ๆ T^T  (ขอโทษที ในรูปกินไปแล้วเพิ่งนึกมาได้ว่า ถ่ายรูป มื้อแรกของวันแรก ที่ ชุมพรเอาไว้หน่อยดีกว่า)

edit @ 24 Mar 2013 23:10:05 by wakami

edit @ 25 Mar 2013 00:42:00 by wakami

Comment

Comment:

Tweet